ข้อแนะนำทางวิชาการ
เรื่อง การปลูก การบำรุงรักษาต้นไม้ และการขอรับกล้าไม้ ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย
เรียบเรียงโดย นายสมเกียรติ สุสัณพูลทอง๑ นายพีรพัฒน์ พรชนะรัตน์ ๒
หลักการและเหตุผล
ป่าไม้ เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อื่นๆเพราะป่าไม้มีประโยชน์ทั้งการเป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัยสี่ คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคสำหรับมนุษย์ และยังมีประโยชน์ในการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม ถ้าป่าไม้ถูกทำลายลงไปมากๆ ย่อมส่งผลกระทบไปถึงดิน แหล่งน้ำและต่อเนื่องไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะเมื่อเผาหรือถางป่าไปแล้ว พื้นดินจะโล่งขาดพืชปกคลุมเมื่อฝนตกลงมาก็จะชะล้างหน้าดินและความอุดมสมบูรณ์ของดินไป ทำให้แหล่งน้ำตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพ นอกจากนั้นเมื่อขาดต้นไม้คอยดูดซับน้ำไว้น้ำก็จะไหลบ่าท่วมบ้านเรือนและที่ลุ่มในฤดูน้ำหลาก พอถึงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำใต้ดินไว้หล่อเลี้ยงต้นน้ำลำธารทำให้ลำน้ำมีปริมาณน้ำน้อย ส่งผลกระทบต่อมาถึงระบบเศรษฐกิจและสังคม เช่น การขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำประมง อันเป็นวิถีชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ริมลำน้ำ การประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำในกระบวนการผลิต การมีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการบริโภค อุปโภค การขาดแคลนที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ซึ่งทำหน้าที่ช่วยควบคุมระบบนิเวศให้อยู่ในภาวะสมดุล นอกจากนี้ป่าไม้ยังเป็นกลไกสำคัญในการรักษาและควบคุมสภาวะอากาศและอุณหภูมิของโลกให้อยู่ในภาวะ ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต
เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติให้ใช้แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พ.ศ.๒๕๕๗ กำหนดเป้าหมายให้พิทักษ์รักษาป่าไม้ของประเทศให้มีความสมบูรณ์ โดยมีพื้นที่ป่าอย่างน้อย ๔๐% ของพื้นที่ประเทศ ภายใน ๑๐ ปี เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ และตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) กำหนดเป้าหมายรวม ข้อ ๓.๒.๔ ทุนทางธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อม สามารถสนับสนุนการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และน้ำ โดยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ ๔๐ ของพื้นที่ประเทศ
จังหวัดหนองคาย มีพื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ จำนวน ๒๖๐,๖๘๕ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๑๓ ของพื้นที่จังหวัดหนองคาย และมีพื้นที่ป่าไม้ที่ยังคงสภาพป่าจากการแปลภาพถ่ายดาวเทียมประมาณ ๑๔๒,๕๐๐ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๖.๙๖ ของพื้นที่จังหวัดหนองคาย (กรมป่าไม้, ๒๕๕๘.) ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงควรที่จะได้ร่วมมือกันรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจและเห็นความสำคัญของป่าไม้และร่วมแรงร่วมใจในการปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยทำให้เป็นรูปธรรมและให้เห็นผลอย่างยั่งยืน
/การปลูก...
๑ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองคาย และ ๒นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ
-๒-
การปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ มีลำดับขั้นตอนดังนี้
๑. กำหนดวัตถุประสงค์ที่จะปลูก
ต้นไม้ทุกชนิดมีประโยชน์ต่อการช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปลูกควรมีวัตถุประสงค์หลักที่ชัดเจน เช่น เพื่อเป็นแหล่งอาหาร การใช้สอยทั่วไป การเป็นแนวรั้ว/เขตแดน การค้า การประดับตกแต่งสถานที่ การใช้สร้างบ้านเรือนและการใช้สอย เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อที่จะได้คัดเลือกพันธุ์ไม้ ที่เหมาะสม
๒. สำรวจพื้นที่ และคัดเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่จะปลูก รวมทั้งจัดหากล้าไม้
เมื่อผู้ปลูกได้ตัดสินใจกำหนดวัตถุประสงค์ของการปลูกต้นไม้ไว้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จำเป็นต้องกระทำต่อไปคือ การสำรวจพื้นที่และคัดเลือกชนิดพันธุ์ไม้เพื่อให้มีความเหมาะสม หากเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่จะปลูกไม่เหมาะสม จะทำให้ได้ประโยชน์ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปแล้วมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องนำมาประกอบการพิจารณาดังนี้
๒.๑ ลักษณะของดิน ผู้ปลูกควรพิจารณาสภาพของดินว่ามีความอุดมสมบูรณ์หรือลักษณะดินเป็นดินประเภทใด มีสภาพความเป็นกรดหรือเป็นด่างอย่างไร เป็นดินเหนียว ดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำได้ดีหรือไม่เพียงใด พื้นที่เป็นที่ราบลุ่มหรือมีความลาดเอียง มีความจำเป็นต้องปรับปรุงสภาพดินให้เหมาะสมก่อนหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงสภาพดินฟ้าอากาศ สิ่งแวดล้อมของพื้นที่ที่กำหนดว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ต้องให้มีความปลอดภัยกับต้นไม้ เช่น ไม่มีสัตว์กินพืช ไม่มีสัตว์เข้าไปเหยียบย่ำต้นไม้ที่ปลูก เป็นต้น
๒.๒ การกำหนดระยะปลูก ผู้ปลูกจะต้องกำหนดระยะปลูกระหว่างต้นไม้ให้มีความเหมาะสมกับชนิดและขนาดของต้นไม้ที่จะปลูก
การจัดหากล้าไม้ สามารถประสานงานกับสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดหนองคายและสถานีเพาะชำกล้าไม้อำเภอสังคม เพื่อขอรับกล้าไม้ได้ฟรี ทั้งนี้ชนิดกล้าไม้และเอกสารประกอบการขอรับกล้าไม้ มีรายละเอียดปรากฏตามหน้า ๔ และสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ตามรายละเอียด หน้า ๕
๓. จัดหาอุปกรณ์และเตรียมวัสดุสำหรับใช้ปลูกต้นไม้
๓.๑ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการปลูกต้นไม้ ควรจัดหาและเตรียมให้พร้อมเพื่อความสะดวกในการปลูกต้นไม้ เช่น จอบ เสียม พลั่วตักดิน บุ้งกี๋ ตลอดจนยานพาหนะลำเลียงขนส่งกล้าไม้ไปยังจุดที่เตรียมหลุมปลูก
๓.๒ หน้าดินผสมสำหรับกลบหลุมปลูก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก สำหรับรองก้นหลุม ตลอดจนสารอุ้มน้ำ (ถ้ามี)
๓.๓ หลักค้ำยัน ยึดต้นไม้ กันลมพัดโยกและช่วยในการทรงตัวของต้นไม้ให้ตั้งตรง และเชือกสำหรับผูกยึดต้นไม้กับหลัก
๔. การเตรียมพื้นที่ปลูก
๔.๑ การแผ้วถางวัชพืชในพื้นที่ เพื่อไม่ให้แย่งอาหารและบดบังแสงแดด
๔.๒ การปักหลักตามระยะที่กำหนด หากเป็นไม้ป่าส่วนใหญ่ใช้ระยะห่างระหว่างต้น ๒ เมตร x ๔ เมตร
๔.๓ การขุดหลุมปลูก หากเป็นไม้ป่า ส่วนใหญ่ใช้ขนาด ๓๐ x ๓๐ x ๓๐ เซนติเมตร (กว้าง x ยาว x ลึก)
/๕.การปลูก...
-๓-
๕. การปลูก
ต้นไม้ที่นำมาปลูกส่วนใหญ่มักจะบรรจุในถุงพลาสติกให้ใช้มีดกรีดถุงออก ควรระวังคือ อย่าให้รากของต้นไม้ได้รับความกระทบกระเทือนมากนักกลบดิน/ที่ขุดขึ้นมารองก้นหลุมเสร็จแล้ววางต้นไม้ลงในหลุมที่ขุดให้ระดับรอยต่อระหว่าง ลำต้นกับรากอยู่เสมอกับระดับขอบหลุม แล้วกลบหลุมด้วยดินผสมที่เตรียมไว้สำหรับปลูกหรือใช้ดินที่ขุดขึ้นจากหลุมที่เป็นดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุยดี อย่าใช้ดินเหนียวที่แน่นหรือดินที่มีกรวดหินมากๆ กลบหลุม เพราะจะเป็นปัญหาทำให้รากต้นไม้เจริญเติบโตได้ไม่ดี เมื่อกลบหลุมเสร็จแล้วใช้เท้าเหยียบดินให้แน่นพอประมาณ นำเศษใบไม้หญ้าหรือฟางมาคลุมรอบโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นและป้องกันการกัดเซาะของน้ำในขณะรดน้ำต้นไม้ ผูกเชือกยึดต้นไม้กับหลักอย่างหลวมๆ เพื่อช่วยในการทรงตัวของต้นไม้และป้องกันลมพัดโยก เมื่อปลูกเสร็จรดน้ำให้ชุ่มและถ้าเป็นไปได้ควรรดน้ำวันละครั้ง จนต้นไม้ ตั้งตัวได้ กรณีที่ปลูกเป็นแปลงใหญ่ๆ ควรปลูกในช่วงฤดูฝน ขณะฝนตกหรือหลังฝนตกใหม่ๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการรดน้ำต้นไม้
๖. การดูแลบำรุงรักษา
หลังจากได้ปลูกต้นไม้แล้วผู้ปลูกควรคำนึงถึงอันตรายที่อาจจะเกิดกับต้นไม้ในระยะเริ่มแรกที่มีขนาดเล็กยังตั้งตัวไม่ได้ เช่น อันตรายจากสัตว์เลี้ยง ยานพาหนะต่างๆ หากปลูกจำนวนน้อยอาจทำคอกป้องกันหรืออาจทำรั้วกั้นเป็นแนวไว้ สำหรับต้นไม้บางชนิดที่ต้องการความเอาใจใส่มากตั้งตัวได้ยากควรจะมีการ บังแดดให้ในระยะที่ตั้งตัวไม่ได้ อย่างไรก็ตามการปลูกต้นไม้ให้สามารถเจริญเติบโตได้ดีจำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแลบำรุงรักษาที่ดีจากผู้ปลูกมากพอสมควร
การพรวนดินใส่ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืช วัชพืชเป็นตัวการที่ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตช้าควรมีการกำจัดวัชพืชโดยการถากถาง และพรวนดินรอบโคนต้นไม้ในรัศมี ๑ เมตร ปีละ ๒ ครั้ง ในขณะพรวนดินถ้ามีปุ๋ยวิทยาศาสตร์หรือปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก โรยรอบๆ โคนต้นประมาณ ๑ – ๒ ช้อนโต๊ะ แล้วรดน้ำหรือใส่ปุ๋ยคอกเพิ่มเติมก็ได้
การตรวจดูแลต้นไม้และฉีดยาป้องกันกำจัดโรคและแมลง ตลอดจนระวังไฟ โดยปกติต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกับมนุษย์ย่อมถูกแมลง โรค เห็ด รา รบกวนเป็นธรรมดา การเจริญเติบโตของต้นไม้โดยธรรมชาติมีความแข็งแรงอยู่ในตัวพอสามารถสู้ต้านทานกับโรค แมลงและเห็ดราต่าง ๆ ได้ดีพอสมควร หากผู้ปลูกช่วยบำรุงรักษาต้นไม้ให้ถูกวิธี ต้นไม้จะเจริญเติบโตได้รวดเร็วมีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะต่อต้านอันตรายจาก สิ่งเหล่านี้ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการหมั่นตรวจตราดูแลโรค แมลงที่เกิดกับต้นไม้ และใช้ยาฉีดกำจัดได้ทันเหตุการณ์ ในกรณีที่ปลูกเป็นแปลงใหญ่ ๆ และทำแนวป้องกันไฟล้อมรอบ ถ้าหากปลูกเป็นแนวยาว เช่น ตามแนวถนนต้องกำจัดวัชพืชที่จะเป็นเชื้อเพลิงในช่วงปลายฤดูฝน หรือก่อนเข้าฤดูแล้งตลอดแนวทาง การดูแลบำรุงรักษาต้นไม้อย่างเอาใจใส่ และการปลูกต้นไม้จะสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่การป้องกันให้ต้นไม้พ้นจากอันตรายจากไฟและอันตรายจากสิ่งแวดล้อมทั้งปวง (อ้างอิงข้อมูลเว็บไซต์กรมป่าไม้ https://new.forest.go.th/nursery, สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐.)
/การสนับสนุน...
-๔-
การสนับสนุนกล้าไม้ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย
โดย สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดหนองคาย และสถานีเพาะชำกล้าไม้อำเภอสังคม
ชนิดกล้าไม้ที่แจก เป็นกล้าไม้ขนาดประมาณ ๓๐ เซนติเมตร (ข้อมูล ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐)
|
๑) กระถินเทพา |
๖) เพกา |
|
๒) ขี้เหล็ก |
๗) คูน |
|
๓) ตะแบก |
๘) ยางนา |
|
๔) ตะเคียนทอง |
๙) สัก |
|
๕) พะยอม |
๑๐) อินทนิล |
หลักเกณฑ์ในการขอรับกล้าไม้
๑. ผู้ขอรับกล้าไม้ต้องยื่นคำขอและมาขอรับกล้าไม้ด้วยตนเอง (ตามแบบคำขอรับกล้าไม้พร้อมหลักฐาน)
๒. ติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่ สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดหนองคาย และสถานีเพาะชำกล้าไม้อำเภอสังคม โดยไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น
๓. ประชาชนทั่วไปสนใจติดต่อขอรับกล้าไม้ได้รายละไม่เกิน ๑,๕๐๐ ต้น/ปี หากมีโครงการปลูกต้นไม้ที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าและมีพื้นที่เป้าหมายชัดเจน สามารถขอรับกล้าไม้ได้มากกว่ารายละ ๑,๕๐๐ ต้น/ปี โดยให้ยื่นหนังสือแสดงโครงการพร้อมหลักฐานประกอบแนบคำขอ
๔. ศาสนสถาน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนทั่วไป ขอได้หน่วยงานละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ต้น/ปี แต่หากมีโครงการปลูกต้นไม้ที่ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการค้าและมีพื้นที่เป้าหมายชัดเจน สามารถขอรับกล้าไม้ได้มากกว่ารายละ ๑๐,๐๐๐ ต้น/ปี โดยให้ยื่นหนังสือแสดงโครงการพร้อมหลักฐานประกอบแนบคำขอ
หลักฐานการขอรับกาล้าไม้
๑. บัตรประชาชน
๒. ถ้าเป็นโครงการต้องแนบรายละเอียดโครงการ เอกสารที่ดินและแผนที่สังเขป
การพิจารณา
๑. เมื่อได้รับคำขอจะพิจารณาแจกจ่ายกล้าไม้ให้ตามจำนวนที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงจำนวนผู้ยื่นคำขอ ปริมาณกล้าไม้ที่มีอยู่และจำนวนพื้นที่ปลูกเป็นหลัก
๒. เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับหนังสือแสดงโครงการจะตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นก่อน หากเป็นโครงการที่สมควรสนับสนุนกล้าไม้ให้พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับจำนวนกล้าไม้ที่ควรสนับสนุน โดยคำนึงถึงเป้าหมายของโครงการ จำนวนผู้ยื่นโครงการ ปริมาณกล้าไม้ที่มี และจำนวนพื้นที่ปลูกเป็นหลัก
/สอบถาม...
-๕-
สอบถามเพิ่มเติม :
๑. สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดหนองคาย
นางนิตยา คล้ายแก้ว หัวหน้าสถานีฯ
โทรศัพท์มือถือ ๐๘ ๑๙๖๔ ๐๑๐๔, ๐๘ ๑๗๒๙ ๘๐๙๐
ที่ตั้ง : บ้านจอมเสด็จ ถนนหนองคาย – โพนพิสัย ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย
จังหวัดหนองคาย
๒. สถานีเพาะชำกล้าไม้อำเภอสังคม
นายสุทธิศักดิ์ สุขเกื้อ หัวหน้าสถานีฯ
โทรศัพท์มือถือ ๐๖ ๔๖๑๒ ๑๘๙๙
ที่ตั้ง : บ้านผาตั้ง หมู่ ๑ ถนนหนองคาย – อำเภอสังคม (อยู่ระหว่างหลัก กม.๗๔-๗๕) ริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย
๓. สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองคาย (ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ)
โทร. ๐ ๔๒๔๒ ๓๙๗๑
ที่ตั้ง : ศาลากลางจังหวัดหนองคาย ชั้น ๓ ถนนมิตรภาพ ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย
จังหวัดหนองคาย
*************************************************************
หนองคาย “เกษตรอุตสาหกรรมวัฒนธรรมรุ่งเรือง เมืองท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง”
